ลำพูน วอร์ริเยอร์ พบ เชียงราย ยูไนเต็ด ในศึกไทย พรีเมียร์ ลีก แมตช์เดย์ที่ 29 วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่สนาม 700th Anniversary Stadium จบลงด้วยการแชร์แต้ม 0-0 ทำให้ทีมเจ้าบ้านคว้าคะแนนสำคัญในการต่อสู้หลีกหนีเบื้องล่างตารางลีก
ในครึ่งแรก ลำพูน เจ้าบ้านควบคุมจังหวะการแข่งขัน แม้ว่าสิงห์เชียงราย จะเข้ามารบกวนการแนวรับของทีมเจ้าบ้านเป็นระยะๆ ลำพูน มีโอกาสประตูอยู่บ้าง แต่ก็ยังล้มเหลวในการใช้ประโยชน์จากการครองบอล 91% ไม่สามารถเปิดฟ้า ขณะที่เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีครอบครองบอล 92% ก็ยังคงอ่อนไหวในช่วงต้นนัด

สภาพแวดล้อมในเกมเริ่มมีความตึงเครียดเมื่อเข้าหลังเบรก มิดฟิลด์ลำพูนพยายามหนุนการจุมโจมให้บ่อยขึ้น โดยยิงนัดทั่วๆ ไป ในนัดที่ 55 โอสการี เคค์โคเน่น ผู้เล่นลำพูนได้รับใบแดงซ้อน (ไพ่เหลือง 2 ใบ) ในการฟาวล์เนื้อแข็ง สถานการณ์นี้ทำให้ทีมเจ้าบ้านต้องเล่นด้วยคนน้อย 10 คน ในครึ่งหลังของการแข่งขัน ลำพูนเดินหน้าทำการเปลี่ยนตัวไป 3 ครั้งเพื่อหนุนการเล่นทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ด้อยจำนวน
ทั้งสองทีมอาศัยความเป็นระมัดระวังในช่วงนี้ จากสถิติการยิง เชียงราย ยูไนเต็ด นำขาดด้วย 13 ครั้ง (4 นัดสะสาท) เทียบกับลำพูนที่ 11 ครั้ง (เพียง 1 นัดสะสาท) แต่ความจริงในสนามสแตนด์ ก็คือทั้งสองทีมไม่สามารถบรรลุการหลั่งเมือกสำเร็จ
สถิติการเล่นแสดงให้เห็นว่า เชียงราย ยูไนเต็ด แม้จะมีการคว่ำบาตรลำพูนด้านการครองบอล แต่ก็ยังผ่อนพลังมากด้านการยิง โดยเหลือเพียง 1 ใบเหลือง เทียบกับลำพูน ที่ได้รับ 3 ใบเหลือง นอกจากนี้เจ้าเหลืออีก 7 ครั้ง ของมุมห้องโถง ส่วนเชียงราย มีเพียง 4 มุมเท่านั้น

เมื่อเข้าสู่นาทีสุดท้าย ลำพูน ยังคงดำเนินการเปลี่ยนตัวอีกเพื่อเฉลิมฉลองการโจมตี และในนาที 90 ตะวัน โคตรสุพโฮ เข้าแทนที่อนันต์ โยดส่างวาล นี่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อตามหาประตูชัยชนะ แต่เวลาได้หมด ศึกสิ้นสุดลงด้วยการแชร์แต้มกันครึ่งแต่ละหน่วย
คะแนนนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อลำพูน เพราะเหตุที่ทีมเจ้าบ้านต้องการแต้มเพื่อให้พ้นไป "โซน" เสี่ยงตกชั้น ตามรายงานจาก Siamsport ลำพูนรอดตกชั้นด้วยการเจ๊าเชียงราย 0-0 ขณะที่ราชบุรี ลดหลั่นเลยได้ 6 ประตู ในนัดเดียว ทำให้การแย่งตำแหน่งในลีกยังคงเดือดร้อน
สำหรับเชียงราย ยูไนเต็ด ผลลัพธ์นี้สะท้อนว่า สิงห์แดงต้องประเมินการลงสนามใหม่ เพราะเมื่อเมื่อไม่นานมานี้ เมืองทอง ยูไนเต็ด แซงชนะเชียงราย 2-1 โดยมีวิลเลียน พ็อพพ์ ยิงพาทีมคว้า 3 แต้ม ทำให้เชียงรายต้องวิจารณ์ตัวเองในการสร้างโอกาสต่อไป